กำจัดงู

งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานมี่มีกำเนิดมายาวนานกว่าหลายพันปี งูไม่มีขาและไม่มีเปลือกตา มีเกล็ดปลกคลุมที่ผิวหนังทั่วทั้งลำตัว มีสีสันสดใสและลวดลายแตกต่างกันไป ลักษณะลำตัวยาวโดยขนาดของลำตัวและความยาวขึ้นอยู่กับชนิดและสายพันธ์ของงู

งูปราดเปรียวและว่องไวในการเคลื่อนไหวร่างกายและการเคลื่อนที่ งูมีลิ้น2แฉกเพื่อใช้สำหรับรับความรู้สึกทางกลิ่น โดยทั่วไปงูจะกลัวและไม่กัด นอกเสียจากถูกรบกวนหรือบุกรุก จะเลื้อยหลบหนีเมื่อมีสิ่งใดเข้ามาใกล้บริเวณที่อยู่อาศัยงูจะกัดคนเมื่อจวนตัวหรือไปยุ่งกับมันก่อน งูสามารถเห็นได้ดีในที่มืดและเวลากลางคืน งูออกล่าเหยื่อเมื่อรู้สึกหิวโดยกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นหนูและยังมีสัตว์ชนิดอื่นเช่นกบ เขียด นก แต่มีงูบางชนิดที่กินงูด้วยกันเองเช่นงูจงอาง  การกินอาหารของงูจะไม่กัดฉีกเป็นชิ้นแต่จะขยอกกลืนทั้งตัว เนื่องจากขากรรไกรล่างของงู สามารถแยกออกจากกันเป็นอิสระไม่ติดกันจึงทำให้งูขยายปากล่างออกมาได้มากทำให้งูสามารถกลืนสัตว์ทั้งตัวโตๆได้ โดยส่วนมากงูจะออกลูกเป็นไข่ ยกเว้นแต่งูพิษบางชนิดที่ออกลูกมาเป็นตัวเช่นงูหางกระดิ่ง

งูมีอวัยวะเพศ2อัน การที่จะดูให้รู้ว่าเพศผู้หรือเพศเมียดูได้จากบริเวณโคนหางที่อยู่ของอวัยวะเพศหรือจับบีบโคนหางทางตรงบริเวณช่องเก็บอวัยวะเพศหากเพศผู้อวัยวะเพสผู้ก็จะโผล่ออกมา หากเป็นตัวเมียก็จะเห็นช่องvaginaออกมา งูมีพฤติกรรมการสมสู่ที่ดูลึกลับ และไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยๆ ส่วนใหญ่นั้นงูมีการใช้ชีวิตที่โดดเดี่ยว มักจะอาศัยและออกหากินตามลำพัง เมื่อถึงฤดูที่มันต้องผสมพันธ์ งูจะออกตามหาคู่ที่ป่าหรือตามเขา เมื่องูพบคู่ของมันจะทำการเกี้ยวหรือกอดรัด หรือเกี้ยวตัวพันรอบตัวเมีย และใช้อวัยวะเพศของมันสอดเข้าสู่อวัยวะเพศของตัวเมียและปล่อยน้าเชื้อ เมื่องูผสมพันธ์เสร็จแล้วก็จะแยกย้ายกันไป ตัวเมียจะเสาะหาสถานที่วางไข่โดยมากจะหาที่ที่อบอุ่นและปลอดภัย  งูสามารถวางไข่ได้ครั้งละ30-50ฟอง โดยหลังจากการวางไข่3เดือนไข่ก็จะสามารถฟักออกมาเป็นตัว ยกเว้นงูบางสายพันธ์ที่ออกลูกมาเป็นตัว  มีอายูเฉลี่ยโดยประมาณ15ปี

ประเทศไทยมี๓มิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่ามีสภาพอากาศอบอุ่นและร้อนชื้น และมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์จึงทำให้มีงูอาศัยอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศไทย งูแบ่งออกได้2ชนิดคือ

กำจัดงู Blue

1.งูไม่มีพิษเช่นงูเขียวปากแหนบ,งูงวงช้าง,งูสิงหางลาย,งูหลาม,งูเหลือม

2.งูมีพิษเช่นงูเห่า,งูจงอาง,งูสามเหลี่ยม,งูกะปะ,งูเขียวหางไหม้,งูหางกระดิ่ง งูพิษไทยมี2ประเภท คือประเภทที่มีฤทธิ์ทำลายประสาท ซึ่งมีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ง่วงนอนหากหลับจะทำให้ฟื้นได้ยากเช่นงูเห่า,งูจงอาง,งูแมวเซา,งูสามเหลี่ยม เป็นต้น  และอีกประเภทคืองูพิษที่ทำลายระบบเลือด พิษของมันทำให้แผลเน่า ยากต่อการรักษาเช่น งูกะปะ,งูเขียวหางไหม้เป็นต้น

งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของมนุษย์ งูพิษบางชนิดสามารถฆ่าคนได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลอย่างทันท่วงทีและถูกต้อง บางรายถึงแม้รักษาได้ไม่เสียชีวิตแต่ก็ต้องพิการไปจนตลอดชีวิตสร้างความทุกข์ทนทรมาน แต่ละปีมีคนถูกงูกัดเป็นจำนวนมาก แม้จะมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศแต่มีผลเสียมากกว่าและเป็นอันตรายต่อมนุษย์

สาเหตุของงูเข้าบ้านเพราะมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์เช่นมีหนูชุกชุม หรือนก อีกทั้งยังมีสนามหญ้ารกหรือมีต้นไม้อุดมสมบูรณ์ งูมักจะซ่อนตัวและอาศัยอยู่ ยิ่งเป็นหน้าฝน หรือมีน้าท่วมขัง งูจะออกมามุ่งตรงเข้าบ้านเพื่อเลื้อยหาที่แห้งๆให้ซุกตัว,หากบ้านไหนมีมุมอับเยอะๆหรือตามแหล่งเก็บของที่เงียบสงบไม่มีคนรบกวนงูมักจะเลือกเป็นที่อยู่อาศัยและวางไข่ เช่นใต้หลังคา ฝ้า เพดาน หรือเข้าไปแอบตามตู้ที่ไม่ค่อย เปิดใช้งาน และตามกองไม้แห้งเป็นต้น โดยงูจะเลือกที่มีอุณหภูมิเหมาะสม มีความอบอุ่น ไม่มีกลิ่นและเสียงรบกวน

การป้องกันและกำจัดงู

1.หาน้ามันกลิ่นฉุนมาราดบริเวณรอบบ้านเพราะงูไม่ชอบกลิ่นฉุน

2.นำก้อนกรวดหรือก้อนหินเล็กๆมาโรยไว้รอบตัวบ้าน เพราะเมื่อเจอกับก้อนกรวดจะทำให้เลื้อยลำบากงูจะเปลี่ยนใจไปที่อื่น

3.หาตระแกรงปิดตามท่อน้าต่างๆรอบบริเวณบ้าน

4.กำมะถันผสมน้าใช้กันงูได้โดยการโรยรอบบ้าน กลิ่นฉุนของกำมะถันจะทำให้งูเลื้อยหนีไปที่อื่น

5.มุ้งลวดตามประตูหน้าต่างสามารถป้องกันไม่ให้งูเลื้อยเข้าบ้านได้

7.หมั่นดูแลทำความสะอาด กำจัดหนู และสิ่งสกปรกในบ้านและบริเวณรอบบ้าน ก็จะช่วยไม่ให้งูมีแหล่งอาหารและที่พักพิง รวมทั้งบ้านไหนที่มีสนามหญ้าอย่าปล่อยให้หญ้าขึ้นยาวและรกควรดูแลสวนอยู่สม่าเสมอ

8.การใช้สารเคมีเพื่อกำจัดงู

ทางเรามีผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา แก้ปัญหาและกำจัดสัตว์รบกวนทุกชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพในการใช้สารเคมีได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เป็นอันตรายต่อตัวท่านเองและสัตว์เลี้ยงของท่านได้ทางหมายเลขโทรศัพท์02-156-9522hotlineสายด่วน.095-826-3893โทรศัพท์มือถือ.095-826-3893 lineID.pestaway

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *