นักวิชาการ วิจัยศึกษาเพิ่มทำหมันยุงลาย สกัดแพร่ไวรัส

รศ.สุพัตรา ทองรุ่งเกียรติ นักวิจัยภาควิชากีฎวิทยาการแพทย์ คณะเวชศาตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวไว้ว่า ยุงลายที่เป็นพาหะโรคติดเชื้อไวรัสซิก้า เป็นชนิดเดียวกับยุงพาหะไวรัสเดงกี่ และชิคุนกุนยา แต่สำหรับประเทศไทยเชื่อว่ายุงลายที่มีเชื้อซิก้าจะมีปริมาณน้อย สามารถวัดได้จากจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ทั้งนี้ได้มีการทดลองวิจัยโดยการจับลูกน้ำจากเขตบางขุนเทียน มาเลี้ยงจนเป็นตัวยุงเต็มวัย เพื่อยืนยันว่าเป็นยุงลายจริง โดยจับในทุกช่วงเดือนของปี ผลการศึกษาพบว่า ในเดือน เม.ย.จะเป็นช่วงที่ยุงมีเชื้อไวรัสเดงกี่สูงที่สุด ซึ่งเป็นหน้าแล้ง แต่การระบาดของไข้เลือดออกมักจะเกิดในหน้าฝนเพราะฉะนั้นการที่จะควบคุมโรคต้องทำตั้งแต่ช่วงหน้าแล้งที่ยุงมีปริมาณเชื้อมาก

mosquito_1

ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นพบทฤษฎีว่า ยุง 1 ตัว จะมีเชื้อไวรัส 1 ชนิด สำหรับประเทศไทยจึงยังถือว่าไวรัสเดงกี่เป็นเจ้าถิ่นที่พบเชื้อในตัวยุงลายมากที่สุด เนื่องจากพบผู้ป่วยไข้เลือดออกจำนวนมาก ทั้งนี้เชื้อไวรัสที่นำโดยยุงจะอยู่ในกระแสเลือดราว 10 วัน ดังนั้นหากยุงกัดในช่วงเวลานี้ก็จะได้รับเชื้อ แต่ถ้าพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วก็จะไม่ได้เชื้อ โดยยุงที่กินเลือดจะเป็นยุงตัวเมียเท่านั้น และเป็นพาหะของโรค

สำหรับการศึกษาวิจัยทำหมันยุงลายตัวผู้ เพื่อไม่ให้ผสมพันธุ์ และแพร่ประชากรยุงลาย ยังเป็นอยู่ในขั้นตอนของการทดสอบในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ซึ่งผลออกมาพบว่าสามารถควบคุมปริมาณยุงได้ดี เนื่องจากเป็นการทดลองแบบจำกัดพื้นที่ แต่ยังไม่มีการปล่อยสู่ธรรมชาติ เพราะยังต้องทำการศึกษาต่อไปอีกหลายขั้นตอน ได้แต่หวังเพียงว่าภายในอีกไม่กี่ปี น่าจะสัมฤทธิ์ผล สามารถควบคุมยุงลายได้อย่างแท้จริง ในช่วงระหว่างนี้ประชาชนก็ต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อนโดยทำลายวงจรของยุงลายด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย หากไม่ช่วยกันก็จะทำให้ปริมาณยุงที่เป็นพาหะของโรคมากขึ้น