วิธีกำจัดหนู

การทำลายหนู

หนู เป็นพาหะนำโรคโดยตรง เช่น ไข้หนูกัด โรคกลัวน้ำ โรคฉี่หนู และพยาธิ อาทิเช่น พยาธิตัวตืด หนูสามารถแพร่เชื้อโรคทางอ้อม โดยการกัดของหมัดและไรหนู ซึ่งทำให้เกิด กาฬโรค สครับไทฟัส มิวรีนไทฟัส อาหารเป็นพิษ อุจจาระร่วง บิด อหิวาตกโรค

การทำลายหนู

วิธีกำจัดหนู

    • สำรวจพื้นที่โรงงานทั้งหมดโดยละเอียด เพื่อดูสภาพปัญหาก่อนให้บริการ ได้แก่ ร่องรอยหลักฐาน ที่เกิดจากหนู เช่น รูหนู, รังหนู, ทางเดินเข้า-ออกของหนู, มูลหนู, รอยกัดแทะทำลาย หรือรอยคราบไคล กองขยะ พุ่มไม้ มูลดิน เป็นต้น
    • วางเหยื่อกำจัดหนู บริษัทpestaway thailandมีผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้ในการใช้เหยื่อกำจัดหนูได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ผล100/.จะทำการกำหนดจุดที่จะวางเหยื่อแต่ละจุดจะห่างกัน 20-30 เมตร ต่อ 1 จุด เมื่อหนูกินเข้าไปเหยื่อจะค่อยๆออกฤทธิ์มันจะตายภายใน2-10วัน การที่เหยื่อออกฤทธิ์ช้าจะทำให้หนูชุดต่อไปที่มากินเหยื่อไม่ขยาดต่อการกินเหยื่อ เหยื่อพิษเป็นสารออกฤทธิ์ช้าจึงไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและคนด้วย
    • เหยื่อจะทำปฏิกิริยากับหนู หลังจาก 1-3 วัน ซึ่งการวางเหยื่อจะทำให้หนูหิวน้าและออกไปหาน้าตามแหล่งน้า บ่อน้าและจะไปตายที่นั่นคือไปตายนอกบ้านจากนั้นวางตามบริเวณที่มีการระบาดของหนู และตามความเหมาะสม
    • หนูจะทำการย้ายถิ่นฐานออกจากโรงงาน หลังจากได้กินเหยื่อ

    ตรวจเช็ค/ติดตามผล หลังจากทำการ 2 สัปดาห์ และทำการบริการอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน/ ตลอดอายุสัญญา

วงจรชีวิตหนู

8

 

การทำลายหนู

หนูเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม อยู่ใน Oder Rodentia มีวงจรชีวิต 3-4 เดือน มีฟันแหลม 2 คู่ ซึ่งฟันของหนูจะมีการงอกอยู่ตลอดเวลา หนูมีการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งอายุประมาณ 3-4 เดือนก็สามารถแพร่พันธุ์ได้ หนูเป็นสัตว์แทะที่ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ซึ่งหนูที่มีความสำคัญต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์มี 3 ชนิด คือ หนูนอเวย์ หนูหลังคา และหนูหริ่ง ซึ่งหนูเป็นสัตว์ที่นำโรคมาสู่มนุษย์ เช่น กาฬโรค มูรีนไทฟัส Salmonellosis นำเชื้อโรค Leptospirosis ไข้หนูกัด ( rat-bite fever ) นอกจากนี้ยังปล่อยของเสีย ทำให้เป็นแหล่งของพยาธิด้วย เป็นต้น

  1. หนูนอเวย์ (Norway rat หรือ Rattus norvegicus หรือหนูสีน้าตาล หรือที่รู้จักในชื่อหนูท่อ หนูขยะ

เป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ มีจมูกป้าน ส่วนหางยาวประมาณ 15-22 เซ็นติเมตร ลำตัวอ้วนมีน้ำหนักมากกว่าหนูหลังคา ตาและจมูกเล็ก มีขนหยาบสีน้ำตาลปนเทา ส่วนท้องสีเทา อาศัยตามรูที่ขุดไว้ในดิน หรือช่องว่างตามผนังและพื้น

  1. หนูหลังคา (Roof rat หรือ Rattus rattus )

บางทีเรียกหนูท้องขาวเพราะมีขนสีขาวปนเทาหรือครีมใต้ท้อง มีจมูกแหลม ตาและหูใหญ่กว่าหนูนอเวย์ ลำตัวเพรียว หางยาว 18.8 เซ็นติเมตร จะยาวกว่าส่วนหัวและลำตัวรวมกัน มักอาศัยตามช่องว่างหลังคาหรือเพดาน อาจทำรังอยู่นอกบ้านตามใบไม้ใบหญ้า

  1. หนูหริ่ง (House mouse หรือ Mus musculus)

เป็นหนูที่มีขนาดเล็กที่สุด มีน้ำหนักตัวประมาณ 10-15 กรัม ส่วนหัวและลำตัวยาวประมาณ 7.5 เซ็นติเมตร หางจะยาวกว่าส่วนหัวและลำตัวรวมกันเล็กน้อย ขนด้านหลังมีสีเทาหรือสีเทาปนน้ำตาล ขนส่วนท้องมีสีขาว

การทำลายหนู 2

การควบคุมและป้องกันหนู

  1. การควบคุมป้องกันหนูในบ้านพัก ได้แก่ การเก็บอาหารให้มิดชิด เก็บมูลฝอยที่เปียกในภาชนะที่ทนต่อการกัดแทะของหนู เก็บผ้า กระดาษ ในที่ที่หนูไม่สามารถกัดแทะได้ อุดรูรั่วผนังในที่พักอาศัยเพื่อทำลายที่อยู่ของหนู เป็นต้นนอกจากนี้อาจมีการสร้างเครื่องกีดขวางทางเดินของหนูตามสายไฟในที่พักอาศัย หรือการติดตั้งมุ้งลวดบ้านพักก็สามารถช่วยป้องกันหนูได้
  1. การควบคุมป้องกันหนูในเขตชุมชน โดยการออกกฎหมายหรือข้อบังคับ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการดูแลบ้านและสถานที่สาธารณะรวมถึงแหล่งชุมชนต่างๆให้สะอาด สร้างเครื่องป้องกันหนู ในโกดัง ร้านอาหาร โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น ใช้ยาฆ่าหนูในรูปของเหยื่อล่อ เช่น การใช้ แอนติโคแอกกลูแลนท์ ซึงเมื่อหนูกินเข้าไปเป็นระยะเวลาหลายวัน หนูก็จะตกเลือด และตายในที่สุด การใช้ Red Squill เป็นสารเคมีที่สกัดจากหัวของพืชตระกูลลิลลี่ คือ Urginea martima ใช้ได้เพียงครั้งเดียวและใช้ได้ผลกับหนูนอเวย์เท่านั้น และจะตายอย่างรวดเร็ว การใช้ Sodium Fluoroacetate และ Fluoroacetamide ซึ่งสารฆ่าหนูทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถฆ่าหนูได้ภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังจากกินเข้าไป โดยสารนี้จะทำให้หัวใจและระบบประสาทเกิดอัมพาต เป็นต้น

หนูเป็นสัตว์ค่อนข้างฉลาด และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ทั้งยังแพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว การที่จะหาทางป้องกันและกำจัดให้ได้ผลนั้นต้องมีวิธีการที่แน่นอนถูกต้องตามหลักวิชาการและต้องปราบอย่างต่อเนื่องจึงจะสามารถลดประชากรของหนูลงได้

การป้องกันหรือกำจัดที่อยู่อาศัยหรือรังของหนู

– การป้องกันมิให้หนูเข้าสู่อาคารหรือที่พักอาศัย อาคารที่สามารถป้องกันมิให้หนูเข้าได้นั้นจะต้องไม่มีช่องหรือทางเปิดอื่นใดพอที่หนูจะเข้าไปได้

– ปิดหรืออุดทางหนูเข้าออก เมื่อสำรวจพบว่ามีช่องทางเดินของหนู

– กำจัดมูลฝอย ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำลายแหล่งอาหารและที่พักอาศัยของหนู

– การปรับปรุงอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย ให้ถูกสุขลักษณะ

– การเก็บพวกอาหารแห้ง การเก็บอาหารแห้งที่ถูกต้องและเหมาะสมให้ปลอดภัยจากหนู

การทำลายหนูโดยกล โดยการใช้การวางกาว และกับดักแบบกรง การวางกับดักหนูควรวางไว้ที่ที่หนูมาหาอาหาร ทางเดินของหนู โดยวางชิดกับฝาผนังหรือวางซ่อนตามกองอาหาร

ข้อควรคำนึงในการใช้กรงดักหนูคือ

– การใช้กรงดักมากจุดให้ผลดีกว่าการใช้น้อยจุด

– ประสิทธิภาพของกรงดักต้องดี หนูมากินเหยื่อเมื่อใดต้องดักได้ทันที

– ก่อนจะนำกรงดักไปใช้อีกครั้ง ควรทำการกำจัดกลิ่นสาบหนูให้หมด

การใช้สารเคมี ก่อนที่จะทำการวางเหยื่อพิษ จะต้องคำนึงถึง

– ต้องเลือกเวลาและการควบคุมให้เหมาะสม เช่น ควรจะใช้ในฤดูแล้ง หรือขณะเตรียมการเพาะปลูก เพราะว่าหนูกำลังอดอาหาร

– การวางเหยื่อล่อจะวางที่ใดบ้าง จะต้องทำสำรวจก่อน

– อาหารในบริเวณบ้านจะต้องเก็บให้มิดชิด เพื่อมิให้หนูมีโอกาสเลือกอาหารกินได้

– การกำจัดหนูโดยใช้เหยื่อพิษแล้วจะต้องมีการปรับปรุงอนามัยสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปด้วย เพื่อเป็นการกำจัดหนูที่ถาวร และได้ผลดี

เหยื่อพิษที่ใช้กำจัดหนู แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

  1. ชนิดออกฤทธิ์เร็วซึ่งมีผลเฉียบพลัน

ข้อดี ของเหยื่อพิษชนิดนี้คือ ประหยัดเหยื่อ ไม่ต้องใช้เหยื่อมาก

ข้อเสีย คือจะต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันอันตรายอันเกิดกับเด็กเล็กๆ หรือสัตว์เลี้ยง ซึ่งอาจไปกินอาหารที่ผสมเหยื่อพิษ ดังนั้นควรทำการวางเหยื่อพิษตอนกลางคืน และต้องรีบเก็บทำความสะอาดทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น

 

  1. ชนิดออกฤทธิ์ช้า

ข้อดีของการใช้เหยื่อพิษประเภทออกฤทธิ์ช้า ,หนูไม่เข็ดเหยื่อ, หนูจะตายในรูหรือรังของมัน หรือใกล้ๆ รังของมัน

ข้อเสียของการใช้เหยื่อพิษประเภทออกฤทธิ์ช้า, ต้องมีภาชนะใส่เหยื่อโดยเฉพาะ เหยื่อชนิดนี้ไม่มีขายตามตลาดทั่วไป ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

การใช้สิ่งมีชีวิตช่วยควบคุม ศัตรูของหนู

สิ่งที่มีชีวิตตามธรรมชาติที่เป็นศัตรูกับหนู เช่น สุนัข แมว งู (งูเห่า งูแสงอาทิตย์ งูสิง งูเหลือม) นก (นกเค้าแมว เหยี่ยว) พังพอน

 

และทางหมายเลขโทรศัพท์ 02-156-9522 Hot Line สายด่วน :  095-826-3893 โทรศัพท์มือถือ :  095-826-3893 Line ID : pestaway